ในบรรดากุหลาบสีม่วงหรือสีมอฟ (Mauve) ที่มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำในหน้าประวัติศาสตร์วงการกุหลาบ ชื่อของ ‘Waltz Time’ ถือเป็นหนึ่งในตำนานที่ยังคงได้รับความนิยมเสมอมา นี่คือกุหลาบตัดดอก (Hybrid Tea) ที่นำเสนอความสง่างามของสีสันที่ไม่เหมือนใคร พร้อมด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มันเป็นดั่งบทเพลงวอลซ์อันแสนหวานที่เบ่งบานอยู่ในสวน
‘Waltz Time’ ได้รับการแนะนำสู่สายตาชาวโลกในปี ค.ศ. 1961 โดยนักปรับปรุงพันธุ์ชาวอเมริกัน Swim & Weeks ชื่อของมันสะท้อนถึงความรู้สึกที่สง่างาม อ่อนช้อย และมีจังหวะจะโคน ราวกับการเต้นรำในบทเพลงวอลซ์ ซึ่งเข้ากันได้ดีกับรูปลักษณ์ของดอกที่มีขอบกลีบหยักพริ้วไหวอย่างสวยงาม

เอกลักษณ์ที่น่าจดจำ
Waltz Time มีเสน่ห์ที่โดดเด่นและชัดเจน ทำให้มันแตกต่างจากกุหลาบสายพันธุ์อื่น ๆ
💜 สีม่วงลาเวนเดอร์อันเป็นตำนาน: จุดเด่นที่สุดคือสีของดอกที่เป็นสีม่วงลาเวนเดอร์เหลือบเงิน (Silvery Lavender) ซึ่งเป็นโทนสีที่หาได้ยากและน่าหลงใหลในยุคนั้น สีสันอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามสภาพอากาศและอุณหภูมิ บางครั้งอาจเจือโทนสีชมพูมากขึ้นในสภาพอากาศที่เย็นลง ขอบกลีบที่หยักเป็นคลื่นหรือพริ้วไหว (Ruffled) คืออีกหนึ่งลายเซ็นที่ทำให้ดอกกุหลาบพันธุ์นี้ดูอ่อนหวานและมีมิติมากขึ้น
👃 กลิ่นหอมแรงชื่นใจ: นอกจากสีที่สวยงามแล้ว Waltz Time ยังขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมที่เข้มข้นและทรงพลัง มีกลิ่นหอมแรงในโทนผลไม้หรือซิตรัสที่สดชื่น ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในการนำไปปักแจกัน เพื่อให้ความงามและกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
🎼 ดอกทรงคลาสสิกสง่างาม: ในฐานะกุหลาบไฮบริดที ดอกของ Waltz Time มีขนาดใหญ่ รูปทรงดอกเป็นแบบที่เรียกว่า High-centered คือมีใจกลางดอกที่สูงสง่า กลีบดอกซ้อนกันหนาแน่น (ประมาณ 30-40 กลีบ) และค่อยๆ คลี่บานออกอย่างงดงาม เหมาะสมอย่างยิ่งกับการเป็นไม้ตัดดอก
🌿 ทรงพุ่มตั้งตรงและใบสีเข้ม: ลำต้นเจริญเติบโตเป็นพุ่มตั้งตรง แข็งแรง มีความสูงประมาณ 90-150 เซนติเมตร ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้มและเป็นมันเงา ซึ่งเป็นฉากหลังที่ขับเน้นให้สีม่วงของดอกดูสว่างและโดดเด่นยิ่งขึ้น
การปลูกและการดูแล
แม้จะเป็นกุหลาบสายพันธุ์คลาสสิก แต่การดูแล Waltz Time ก็มีข้อควรพิจารณาเล็กน้อยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- แสงแดดและอากาศ: ชอบแสงแดดเต็มวันเพื่อการเจริญเติบโตและการให้ดอกที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นสายพันธุ์เก่า อาจมีความอ่อนแอต่อโรคเชื้อรา เช่น โรคราดำและราแป้งอยู่บ้าง ดังนั้นควรปลูกในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกเพื่อลดความเสี่ยง
- การใช้งาน: ด้วยก้านที่ยาวตรง ดอกขนาดใหญ่ และกลิ่นที่หอมแรง ทำให้ Waltz Time เป็นราชินีแห่งกุหลาบตัดดอกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเหมาะที่จะปลูกเป็นต้นเดี่ยว (Specimen Plant) เพื่อโชว์ความงามที่เป็นเอกลักษณ์ในแปลงสวน
บทสรุป
กุหลาบ ‘Waltz Time’ คือตัวแทนของความงามอมตะที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรได้ แม้ในปัจจุบันจะมีกุหลาบสีม่วงสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ด้วยสีม่วงลาเวนเดอร์เหลือบเงินที่ไม่เหมือนใคร กลิ่นหอมอันน่าประทับใจ และรูปทรงดอกที่สง่างามเหนือกาลเวลา ก็ทำให้มันยังคงเป็นที่รักและเป็นที่ต้องการของนักสะสมและคนรักกุหลาบทั่วโลกอยู่เสมอครับ
